Thor 3 : Ragnarok

ภายหลังห่างหายจากภาคที่ 2 ไปถึง 4 ปี ภาคที่ 3 ของ Thor เทพเจ้าสายฟ้าก็เข้าโรงฉายพลาดท่า โดยภาคนี้นักแสดงนำในภาคก่อนๆก็ยังอยู่แทบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เลียม เฮมสเวิร์ธ , ทอม ฮิดเดิลสตัน ,ไอดริส เอลบา และ ท่านเซอร์แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ โดยภาคนี้ได้มีดาราสาวเจ้าหน้าที่อย่าง เคท กางลุกลี้ลุกลนเชทท์ มาร่วมงานโดยมารับบทเป็นเฮล่าตัวร้ายของเรื่อง ซึ่งในภาคนี้ก็ได้ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ชาวนิวซีแลน์ ไทกา ไวตีตี โดยมีโปรดิวเซอร์หน้าเก่าอย่าง เควิน ไฟกี มาอำนวยการสร้างด้วยด้วยเหมือนกัน

ธอร์ 3

หนังบอกเล่าเรื่องราวภายหลังที่ ธอร์ ( เฮมสเวิร์ธ ) ได้เสร็จภารกิจของกลุ่มอเวนพบร์ เขาเริ่มตามหาหินอินฟินิตี้และได้รู้เรื่อง “คำพยากรณ์แร็กนาร็อก” ซึ่งทำนายว่าจะกำเนิดการรบที่ทำให้แอสการ์ดต้องพินาศ เขาก็เลยอุตสาหะคุ้มครองป้องกันแอสการ์ดจากคำพยากรณ์ แม้กระนั้นก็ราวกับจะสูญเปล่าเมื่อเจอกับเรื่องจริงที่โอดิน( ฮอปกิ้นส์ ) พ่อของเขาได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อเฮล่า ( กางลุกลี้ลุกลนเชทท์ ) เทพเจ้าที่ความตายที่ถูกโอดินจองจำได้ถูกปลดปล่อยออกมา เฮล่า ก็เลยกลับมายังแอสการ์ดเพื่อเอาคืนและยึดครองแอสการ์ด ธอร์ก็เลยต้องต่อสู้เพื่อคุ้มครองป้องกันแอสการ์ด แต่ถ้าว่า เฮล่ากลับจัดการธอร์ได้อย่างง่ายดาย แถมค้อนโยเนียร์ก็ถูกทำลาย และในระหว่างการต่อสู้นั้นเอง ธอร์ได้หลุดไปยังดาวซาคาร์และโดนจับไปเป็นนักสู้เอ็งลดดิเอเตอร์ ซึ่งทำให้ธอร์ได้เจอกับฮัลค์ ( รัฟฟาโล ) และต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหาทางกลับไปช่วยปลดปล่อยแอสการ์ดจากเงื้อมมือของเฮล่า

ธอร์ 3-1
หากแม้เค้าโครงเรื่องมองน่าจะเป็นหนังแนวแอคชั่นหนักๆแบบซีเรียส แม้กระนั้นตัวอย่างก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้มีฮาแน่ๆ หนังแปลงเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่มีความขำขันเบาสมอง ใส่มุกเข้าไปแบบไม่ยั้งแทบจะทุกฉากทุกตอน แม้กระทั้งตัวโอดินพ่อของธอร์ที่มองขรึมๆจริงจังๆก็ยังมีฉากฮากับเขาด้วยเลย แม้กระนั้นพอเพียงถึงฉากแอคชั่นก็มันสุดติ่ง ยิ่งได้เพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาประกอบกับตอนต่อสู้ของธอร์มันช่างพอดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงเพลงประกอบขณะที่ไปยังดาวซาคาร์ก็มีกลิ่นคล้ายกับเรื่อง Guardian of Galaxy อยู่เช่นเดียวกัน เมื่อความขำขันโปกฮารวมกับฉากแอคชั่นมันๆความสนุกก็เกิดขึ้น รวมถึงฉากสถานที่ตามดาวพระเคราะห์ต่างๆสเปเชียลเอฟเฟกทำได้เยี่ยมที่สุดมาตรฐานไม่ตกไปจากภาคก่อนๆหรือหนังค่ายเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะประหลาดตาไปจากภาคก่อนๆคงเป็นในเรื่องของสีสันต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นที่ดาวซาคาร์ซึ่งเป็นดาวที่ซึ่งพูดได้ว่ามีความเหลื่อมล้ำราวกับสังคมโลกในตอนนี้ที่คนมั่งมีหรือชนชั้นสูงก็จะแต่งตัวดีๆสีสันบาดตามองกีฬาที่มีความรุนแรง เช่น เอาคนมาฆ่ากัน ( ถ้าเกิดในโลกของเราก็อาจจะเป็นพวกมวยสากล หรือ อเมริกันบอล ) ในขณะที่ชนชั้นล่างก็ต้องอาศัยอยู่ตามกองขยะคอยดักปล้นเพื่อเอาชีวิตรอด กล่าวได้ว่าดูๆไปก็สะท้อนถึงสังคมในตอนนี้

ธอร์ 3-2
สำหรับเฮมสเวิร์ธในหน้าที่ของธอร์ ภาคนี้ดูว่าเขาจะมีความผ่อนคลายเป็นพิเศษแตกต่างจากภาคก่อนๆ โดยธอร์จะเป็นคนตลกโปกฮา อารมณ์ขัน ชอบแหย่คนอื่นๆไม่ค่อยมีความดราม่าให้เห็นเท่าไรนักแม้กระนั้นธอร์ก็ยังคงมีความเอาแต่ใจและมักจะทำตามอารมณ์อย่างเดิม ส่วนในบทแอคชั่นเฮมสเวิร์ธก็ยังเล่นบทบู๊ได้อย่างเท่ห์มีสไตล์ ถือได้ว่าเฮมสเวิร์ธทำได้ตามมาตรฐานของเค้าที่เคยได้ทำเอาไว้ ในส่วนของโลกิ ถ้าเกิดเราได้เคยมองในภาคก่อนๆจะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนพาลร้ายคอยหักหลังทุกคนได้ตลอดเวลา แม้กระนั้นในภาคนี้ฮิดเดิลสตันบางทีก็อาจจะไม่มีความดุร้ายเท่าใดนัก แม้กระนั้นในความหัวหมอเล่ห์กลยังมีอย่างเดิม เพิ่มเติมอีกคือความพลิ้วไหว กล่าวได้ว่าที่เคยชังๆกัน บางทีก็อาจจะหลงใหลในความทะเล้นของเค้าก็เป็นได้ ในส่วนของกางลุกลี้ลุกลนเชทท์ในหน้าที่ของเฮล่า เทพเจ้าที่ความตาย ต้องจัดว่าเธอเล่นเจริญสุดๆเหมาะสมกับบทนี้มากมายๆทั้งสีหน้าท่าทางแววตาลีลาดูก่อนวกับแม่มดที่ดุร้ายราวกับในหนังเทพนิยายญาติพี่น้องกริมม์ไม่มีผิด มองไปดูมานี่นึกว่าดีเจต้นหอม หรือ พลอยไม้มาลย์มาเล่นเรื่องนี้ด้วย นานๆครั้งจะเห็นกางลุกลี้ลุกลนเชทท์มาเล่นหนังซูเปอร์วีรบุรุษ อีกคนที่ต้องขอพูดถึงก็คือในส่วนของ วัลคีปรี่อดีตนักสู้ชาวแอสการ์ดที่สวมบทบาทโดย เทสซ่า ทอมป์สัน เรื่องนี้เธอเล่นได้เท่ห์มากมายๆเป็นสาวนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งเหมือนกับเพศชายอกสามศอก แถมยังมองมีเสน่ห์กล่าวได้ว่าเป็นสาวผิวสีที่ขึ้นกล้องถ่ายภาพสุดๆมองงามแจ่มใส และโอดิน กษัตริย์ชราพ่อของธอร์ ที่ท่านเซอร์แอนโธนี่เล่น ที่แม้จะโผล่มาน้อยไม่เท่าไรนักแม้กระนั้นก็ทำให้เราเห็นถึงออร่าของดาราหนังผู้ยิ่งใหญ่ และความมีอิทธิพลในทุกๆฉากที่เอ็งโผล่มา เว้นฉากตลกโปกฮานะครับ ที่เอ็งเองก็เล่นได้น่ารักสามารถเรียกเสียงฮามาได้เช่นเดียวกัน ส่วนฮัลค์ในภาคนี้ก็จะราวกับเด็กน้อยโง่เง่าดันทุรังในร่างยักษ์ตัวเขียว ที่ก็เรียกเสียงฮาได้เป็นช่วงเช่นเดียวกัน ผิดกับฮัลค์ที่เราเคยมองที่มีความเกรี้ยวกราดบ่อยๆ

ธอร์ 3-3

สำหรับ Thor ภาคนี้ผมให้คะแนน 8.5 เต็ม 10 นะครับ หักตรงที่บางโอกาสอุตสาหะใส่มุกตลกโปกฮาเข้าไปมากเกิน บางมุกก็มีความรู้สึกฝืด บางมุกก็สามบาทห้าบาท ถึงแม้ว่าฉากนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ก็ได้ เอาตรงๆก็มุกที่จะขำสุดๆก็จะเป็นในมุกพวกเจ็บตัว เป็นต้น รวมถึงการที่ตัวละครหลายๆตัวตายง่ายเกิ๊น อารมณ์ประมาณว่า อ่าว ตายแล้วหรอ ปัดโถ่ อุตส่าห์โผล่มาทั้งที (แม้กระนั้นก็รู้เรื่องนะว่าเฮล่ามันเก่งจริงๆ) ถึงแม้ว่าบางตัวภาคก่อนๆโคตรเก่ง รวมถึงฉากซึ้งๆระหว่างพ่อลูก ที่ทำได้ดูท่าอารมณ์ยังไม่สุดเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้สนุกสนานนะครับไม่น่าเบื่อมองเพลิดเพลินๆผู้ใดกันที่ชอบแนวตลกโปกฮาเบาสมอง หรือ แอคชั่นที่ถ่ายทำได้มันและงดงามแบบแฟนตาซี ต้องห้ามพลาด ยิ่งถ้าเกิดแฟนหนังมาร์เวลส์ยิ่งต้องมอง

Thor 3 : Ragnarok

ธอร์ 3 : ศึกอวสานเทพเจ้า