ภาพยนตร์ที่เปิดตัว Parasite ได้ผลสำเร็จงานระดับ masterpiece ของ ผู้กำกับบงจุนโฮ ผู้ครอบครองผลงานดังๆในสมัยก่อนที่บรรลุความสำเร็จทั้งยังรายได้และก็รางวัลอีกทั้งในและก็ต่างถิ่น ไม่ว่าจะเป็น Okja (2017) , Snowpiercer (2012) , Mother (2009) , The Host (2006) , Memories of Murder (2003) รวมทั้ง Bark Dog Never Bite (2000) ซึ่งถ้าหากพิจารณาจากรายละเอียด จะมองเห็นได้ว่าผู้กำกับบงจุนโฮนั้นมีฝีมือสำหรับการสื่อรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องชนชั้นในทางมุมความแตกต่างหรือเปรียบเปรยสังคมให้ออกมาในแบบอย่างที่มองน่าดึงดูดชักชวนติดตามได้ดิบได้ดี

สำหรับผลงานปัจจุบันของเขา Parasite นั้นมีความเป็นขั้นกว่าขึ้นไปอีก ด้วยการถ่ายทอดที่แยบคายมากมายผ่านเรื่องราวที่ใกล้ตัวมากเพิ่มขึ้น รู้เรื่องเชื่อฟังได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นก็ยังแอบซ่อนบางเงื่อนที่คาดการณ์มิได้ ให้เชิญติดตามไปกระทั่งจบ ลีลาท่าทางของพลอตรวมทั้งบทที่สะดุดตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของบงจุนโฮ ก็เลยพา Parasite ไปเอารางวัลยอดเยี่ยมของเวทีโลก รวมทั้งยังจะทยอยตามมาเรื่อยอีกหลายเวที โกยรายได้ที่สูงถึงสองพันกว่าล้านบาทแล้ว อีกทั้งจากในประเทศรวมทั้งแนวทางการขายลิขสิทธิ์ให้ต่างแดน เรียกว่าดังสุดยอดจริงๆ

ภาพยนตร์ที่เปิดตัว Parasite ได้ผลงานระดับ masterpiece ของ ผู้กำกับบงจุนโฮ ผู้ครอบครองผลงานดังๆในสมัยก่อนที่เผชิญความลำดับแรก จะต้องมาว่ากันที่ชื่อก่อน ความหมายของ Parasite ที่มีความหมายว่า ปรสิต เป็น สิ่งมีชีวิตที่ไปอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตจำพวกอื่น ใช้เป็นที่พักที่อาศัยรวมทั้งแหล่งของกิน บางคราวก็รังแกสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์นั้นหรือเซลล์ข้างใน จนกระทั่งป่วยหรือถึงขั้นตายได้ ดังเช่นว่า พยาธิ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นล่าง อาศัยอยู่ภายในร่างกายมนุษย์ ฯลฯ

โน่นเป็นพลอตหลักของเรื่อง ที่จะเล่าถึง ‘ความแตกต่างของชนชั้นเศรษฐกิจในสังคม’ ที่แต่งงานชนชั้นอดอยากไปเกาะรับประทานดุจตัวเห็บเหาหรือปรสิต หาผลประโยชน์จากครอบครัวคนรวยโดยเขาไม่ทันรู้สึกตัว แล้วก็เกิดเหตุราวจลาจลตามมาท้ายที่สุด

ครอบครัวคิม เป็นครอบครัวโลว์คลาส ที่มีสมาชิก 4 คน บิดา เป็น คิมกีทัค (เล่นบทโดย ซงคังโฮ) แม่ เป็น ชุงซุก (สวมบทโดย จางฮเยจิน) ลูกชาย เป็น คิมกีอู (เล่นบทโดย ชเวอูชิก) รวมทั้งบุตรสาว เป็น คิมกีจอง (สวมบทบาทโดย พัคโซดัม) พวกเขาเป็นครอบครัวที่ยากไร้ ต้อยต่ำ อาศัยอยู่ชั้นครึ่งใต้ดินของตึกที่อยู่ในซอกหลืบมอมแมมแห่งหนึ่งของโซล บ้านเป็นเพียงแค่ห้องรุ่งริ่งเล็กๆที่มีหน้าต่างแนวราบพื้นทางเดินอยู่เพียงแค่บานเดียว ไม่เพียงแต่หาวิวทิวทัศน์ใดมิได้ ยังถูกตอกย้ำซ้ำเติมด้วยพวกขี้เหล้าที่มักมายืนยิงกระต่ายหราอยู่ที่ตรงนั้นเสมอๆ (ว่ากันตามบ้านพวกเรา เป็น ยิ่งพาโชคไม่ดีเลยนะเนี่ย)

พวกเขาจนถึงเพราะเหตุว่าไร้การศึกษา ทำให้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จนถึงขนาดขาดเงินส่งลูกศึกษาต่อมหาวิทยาลัย อนาคตของลูกๆก็อาจจะไร้การศึกษา รวมทั้งไม่มีงาน เป็นวนลูปต่อกันไป แม้ว่ากีจองก็มีแววฉลาดหลักแหลมเรียนดี แม้กระนั้น ถึงจะจนถึง ครอบครัวคิมก็ยังมีความสามัคคีเป็นกลุ่มเวิร์คดียอด ยามมีปัญหาใด ก็มักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยามมีจ๊อบพิเศษมา ก็ขมีขมันช่วยเหลือกัน ยกตัวอย่างเช่น พับกล่องพิซซ่า (แต่ว่าถึงเป็นของกล้วยๆก็ทำเป็นมั่วเหลวอยู่เป็นนิจ 555) แต่กระนั้น บิดามารดาก็มีความภาคภูมิในความเก่งกาจของลูกเสมอ รวมทั้งลูกๆก็ยังมีความยำเกรงในประสบการณ์ของบิดามารดา แม้ว่าจะไม่มีอะไรสะดุดตาเป็นชิ้นเป็นอัน พอๆกับสกิลต้มตุ๋น ดุจเป็นยีนเฉลี่ยวฉลาดความฉลาด และก็ วาทะบรรเจิดกันทั้งยังบ้าน