“เภา-รัฐพล” ออกโรงป้อง “ตูน บอดี้สแลม” หลังทัวร์ลงไม่ Call Out ชี้ที่ตอนนี้นิ่งไม่ได้หมายความว่า จะไม่ทำอะไรเลย

จากกรณีที่ชุมนุมคนดนตรีที่เมืองไทย โดยศิลปิน นักดนตรี ที่ได้รับผลกระทบจากมาตราการปกป้องโควิด-19 ได้รวมตัวกันไปสนทนากับภาครัฐ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 นำโดยศิลปินดังหลายวง อาทิเช่น Cocktail, อพาร์ทเมนต์คุณป้า, Tattoo Colour, Slot Machine เป็นต้น เดินทางมายังรัฐสภา พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ เพื่อทวงถามแล้วก็ใคร่ครวญหาทางออกให้กับผู้ประกอบกิจการธุรกิจเบิกบาน ธุรกิจช่วงเวลากลางคืนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่กลับไม่มีนักร้องมีชื่อ อย่าง “ตูน บอดี้สแลม” ไปร่วมด้วย ก็เลยเป็นต้นเหตุทำให้แฟนๆ รวมถึงชาวเน็ต บุกเข้ามาคอมเมนต์ใน IG ส่วนตัวของ “ตูน บอดี้สแลม” อย่างดุดันอย่างยิ่งจริงๆ เพื่อเรียกร้องให้ตูนออกมา Call Out กับเพื่อนศิลปินด้วย เพราะเหตุว่าคิดว่าช่วงนี้กรุ๊ปศิลปินได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 เป็นอย่างมาก แล้วก็เสียงของตูนมีพลังมากสำหรับเพื่อการ Call Out เรียกร้องจากรัฐบาล
ปัจจุบัน (3 ก.ค.64) “เภา-เมืองพล พรรณเชษฐ์” อดีตสมาชิกรุ่นแรกของวง “บอดี้สแลม” ก็ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อปกป้องรักษา “ตูน บอดี้สแลม” ว่า


“การที่ตูนยังไม่ได้ทำอะไรช่วงนี้ ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ทำอะไรอีกเลย เริ่มแรก ผมรู้เรื่องแล้วก็เห็นอกเห็นใจหัวอกคนที่โดนผลกระทบนะครับ มันคือความลำบากตรากตรำอย่างแสนรุนแรง หลังชนฝา นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโพสต์ที่ต่อว่าด้วยความคับโกรธแค้น แล้วก็ต้องการความให้การช่วยเหลือจากไอดอลของเค้า


แต่ว่าถ้าหากใจเย็น แล้วก็ทดลองมองให้ดี ตูนมันเป็นนักดนตรี นี่มันเกือบจะไม่มีงานเล่นมาเกือบจะ 2 ปีละ งานในที่สุดของซึ่งก็คืองานที่สถานศึกษาสวนดอกกุหลาบเมื่อต้นปี มันคือคนที่ได้รับผลกระทบอันดับแรกๆกับเรื่องราวนี้เลย


จำได้มั้ยในตอนที่เราชมเชยให้พี่ตูนเป็นคนดี เราใช้เวลาใคร่ครวญเค้าจากหลายมิติ นับเป็นเวลาหลายปี หลายบทบาท หลายเรื่องราว ในตอนที่เราจะกล่าวว่าเค้าเป็นคนอัลธพาล ก็อย่าเพิ่งจะเร่งร้อน ขอให้ใช้เวลาอย่างเสมอภาคกัน
ผมมั่นใจว่าแม้กระทั้งวินาทีที่มีคนกำลังดุด่ามัน มันก็กำลังคิดเรื่องที่จะทำเพื่อบุคคลอื่นอยู่ …..มันเป็นคนแบบงั้นแหละ #NotNowDoesntMeanNever
ปอลอ เผื่อคนจะโยงว่าผมเข้าข้างรัฐบาล ตั้งแต่โควิดเป็นต้นมา ผมอยากพิมพ์ดุด่ารัฐบาลวันแล้ววันเล่าขอรับ แต่ว่าเมียห้ามไว้ (เพราะเหตุว่ากลัวลูกจะไม่มีเพื่อนคุยด้วย เพราะเหตุว่าพ่อมองหัวรุนแรง) แต่ว่านั่นแหละ “ผมชังตู่ขอรับ …เอ้ย จำต้องนะจ๊ะสิ จะได้มองซอฟต์ ….(นะจ๊ะพ่ง)”
หลังจากที่ เภา ได้โพสต์ข้อความนี้ ก็ได้มีคนเข้ามาให้ความเห็นจำนวนมาก แล้วก็หนึ่งในนั้นก็มาคอมเม้นท์ว่า
“พี่ตูนได้รับผลกระทบอันดับแรกๆแล้วเพราะอะไรพี่ตูนไม่ ออกมาเรียกร้อง ราวกับเพื่อนญาตินักดนตรีคนอื่นใช่หรือไม่ใช่ว่าพี่ตูนมีสายป่านที่ยาวกว่า ปัญหาความเดือดร้อนมันยังไปไม่ถึง ก็เลยนิ่งแล้วก็เงียบไม่มีการเคลื่อนไหวร่วม ไม่ถูกกับคนภายในองคาพยพนิดๆหน่อยๆในเฟืองดนตรี ที่อาจไม่ไหวแล้ว เอาจริงเอาจังๆเขาไม่ได้เรียกร้องให้พี่ตูนไปยืนดุด่ารัฐบาลหรือลงร่วมถนนขยับเขยื้อนม็อบ เขาหวังเพียงแค่พี่ตูนกับชื่อเสียงของแกมันน่าจะเป็นแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ให้คนภายในรัฐบาลหันมาฟังเสียงการขอให้ช่วยครั้งนี้บ้างเท่านั้นขอรับ
ด้าน เภา ก็คอมเม้น์ตอบกลับว่า “พี่คิดว่าเค้าได้รับผลกระทบแน่นอนขอรับ การไม่มีงานเกือบจะ 2 ปี ทุกคนในวงก็พยายามหารายได้เสริมกันหมด

ถามว่าเค้าสายป่านยาวกว่าจริงมั้ย จริงขอรับ แต่ว่าไม่ถูกมั้ย ไม่ผิด ถามว่าน้องผิดหวังที่เค้าไม่ออกมาได้มั้ย ได้แน่นอนขอรับ แต่ว่าถามว่าเค้าทำผิดมั้ยที่ไม่ออกมายื่นหนังสือ
พี่มีความคิดว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรไม่ถูกขอรับ แล้วก็เป็นสิทธิของเค้าที่จะไม่ออกมา แต่ว่าไม่เป็นไปตามความคาดหมายของนักดนตรีคนอื่นแต่ว่านั่นก็แค่ความนึกคิดของพี่คนเดียวขอรับ พี่เป็นไปไม่ได้ทราบดีว่าตัวเค้าคิดยังไง”