“Car Go Happy New Year Happy New Car” คาร์ โก เอาท์เล็ทรถมือสอง อัดแคมเปญหนัก ส่งท้ายปีให้ลูกค้าได้แฮปปี้แบบสุดๆ ออกรถภายในสิ้นปี เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 1.99% พร้อมช่วยเหลือฉุกเฉิน 1 ปีชวนลุ้นรับส่วนลดสูงสุดถึง 20,000 บาท และรางวัลอีกมากมาย

นายวุฒิ โอภาศเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน บริษัท คาร์ โก (เมืองไทย) จำกัด เอาท์เล็ทรถยนต์มือสอง เปิดเผยถึงเหตุการณ์ตลาดรถยนต์มือสองในตอนโค้งสุดท้ายของปี 2564 ว่า จากบรรยากาศที่บรรเทา การช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวข้างหลังคลายล็อก แล้วก็จากผลพวงด้านเศรษฐกิจ ที่มีผลทำให้แต่ละครอบครัวรอบคอบการใช้จ่ายมากขึ้น โดยคำนึงถึงความคุ้มราคาแล้วก็การประหยัด มีผลทำให้ตลาดรถยนต์มือสองกลับมากระปรี้กระเปร่า โดยลูกค้าจำนวนมากหันมาซื้อรถยนต์มือสองแทนการซื้อรถยนต์ใหม่แล้วก็หารถมือสองมาใช้งาน แทนการเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะเพื่อความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดวัววิด-19 แล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจในการเดินทางด้วยรถส่วนตัวมากยิ่งกว่า ซึ่งในส่วนของ คาร์ โก เพื่อตอบรับกับเหตุการณ์ ความประพฤติของลูกค้าแล้วก็ตลาด ได้มีการวางกลยุทธ์เชิงรุก โดยในส่วนของรถยนต์มือสองมีการหารถยนต์ไมล์น้อย ภาวะเหมือนใหม่จากหลากหลายค่าย ทั้งในกรุ๊ปอีวัวคาร์ คอมแพคคาร์ รวมถึงรถยนต์ในกรุ๊ปพรีเมียม รวมกว่า 100 คัน ไว้ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมจัดโปรโมชั่นหนักๆกับแคมเปญ “Car Go Happy New Year Happy New Car” ให้ลูกค้าได้มีความสุขกับการซื้อรถยนต์ไปใช้งานหรือใช้เดินทางท่องเที่ยว
“คาร์ โก เอาท์เล็ทรถยนต์มือสอง ตั้งใจจริงเป็นผู้นำตลาดรถยนต์มือสอง ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ บริการในราคาที่สร้างความ ถูกใจแล้วก็ให้ความคุ้มราคาสูงสุด อีกทั้งมีนโยบายความโปร่งสบายใส โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบ เปรียบราคา แล้วก็ทราบประวัติการใช้งานทุกคัน แล้วก็พร้อมให้บริการข้างหลังแนวทางการขายที่ดีด้วย โดยจุดเด่นของ คาร์ โก ที่ลูกค้าสัมผัสได้แล้วก็กล้าบอกต่อหมายถึงรถยนต์มือสองทุกคันของ คาร์ โก ภาวะดี เหมือนใหม่มากๆไมล์น้อย มีรถยนต์ให้เลือกครบทุกเซกเมนต์แล้วก็หากมาที่ คาร์ โก แล้ว หากชอบแล้วจำต้องรีบจอง เนื่องจากบางรุ่นหมดเร็วมาก ดังนี้ความตั้งใจสูงสุดของ คาร์ โก เป็นทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้าได้รถยนต์คุณภาพดีไปใช้งาน โดยเฉพาะลูกค้าในกรุ๊ปที่เพิ่งซื้อรถยนต์เป็นคันแรกในชีวิต เราก็เลยกล้าประกาศชวนให้มาที่ คาร์ โก เนื่องจากมาที่นี่ที่เดียวได้ครบ คุ้มค่า พอใจ ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนแล้ว”